-ข้อมูลโดยทั่วไป
โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน เป็นบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองโทะโยะตะ จังหวัดไอชิ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมีนาคม 2557 โตโยต้ามีพนักงานในเครือบริษัททั่วโลกรวมแล้วกว่า 338,875 คน และในเดือนพฤศจิกายน 2557 ได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 12 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกวัดตามรายได้ และตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา โตโยต้ายังเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (วัดตามจำนวนคันผลิต) แซงหน้า โฟล์กสวาเกน กรุ๊ป และ เจเนรัลมอเตอร์ ซึ่งในปีนั้นโตโยต้ารายงานว่าได้ผลิตรถยนต์คันที่ 200 ล้าน นับแต่ก่อตั้งบริษัท นอกจากนี้ โตโยต้ายังเป็นบริษัทแรกของโลกที่มีกำลังการผลิตรถยนต์เกิน 10 ล้านคันต่อปี และโตโยต้า ยังเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดทุนญี่ปุ่นที่ใหญ่และมีรายได้มากที่สุดของญี่ปุ่น ห่างจากอันดับสองคือ SoftBank กว่าสามเท่าตัว ซึ่งโตโยต้าผลิตรถยนต์ภายใต้ 5 เครื่องหมายการค้า อันประกอบด้วย Toyota, Hino, Lexus, Ranz และ Scion และยังถือหุ้น 51.2% ในไดฮัทสุ(Daihatsu), ถือหุ้น 16.66% ในฟุจิเฮวี่อินดรัสทรีส์(Fuji Heavy Industry), ถือหุ้น 5.9%ในอีซูซุ(Isuzu) และ ถือหุ้น 0.27% ในเทสลา(Tesla) นอกจากนี้ยังดำเนินกิจการร่วมค้าผลิตรถยนต์กับอีกสองบริษัทในจีน (GAC Toyota และ Sichuan FAW Toyota Motor), กับหนึ่งบริษัทในอินเดีย (Toyota Kirloskar), กับหนึ่งบริษัทในสาธารณรัฐเช็ค (TPCA) และบริษัทผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่อื่นๆอีกมากมาย

– ประวัติของ Toyota
ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ. 1867 เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นาย Sakichi Toyoda ได้กำเนิดขึ้นในครอบครัวช่างไม้จนๆเท่านั้น แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดและรักในการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการทอผ้า จนเปิดบริษัท Toyota Boshoku ซึ่งเป็นบริษัทเครื่องทอผ้าในปี 1918 สินค้าที่เป็นจุดเด่นของที่นี่ก็คือ เครื่องทอผ้าอัตโนมัติ ที่จะหยุดการทำงานได้ทันทีเมื่อมีจุดใดจุดหนึ่งมีการทำงานผิดพลาด ซึ่งระบบนี้เองได้ถูกดัดแปลงมาเป็นระบบการผลิตรถยนต์ของ Toyota ในเวลาต่อมา แต่ระบบการทอผ้าอัตโนมัตินี้ ในเวลาต่อมาได้ถูกขายให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในอังกฤษ ซึ่งหลังจากนี้เองจึงได้ก่อกำเนิดความยิ่งใหญ่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ของทาง Toyota
ในช่วงปี 1929 นาย Kiichiro Toyoda บุตรชายของ Sakichi Toyoda ได้ไปท่องเที่ยวที่ยุโรปและอเมริกา เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เพื่อต้องการนำกลับมาพัฒนาให้บริษัทของครอบครัวเจริญเติบโตขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ Sakichi Toyoda ได้ขายสิทธิบัตรเครื่องทอผ้าอัตโนมัติให้กับบริษัทในอังกฤษไปแล้ว เมื่อกลับมาถึงญี่ปุ่น Kiichiro Toyoda ก็ได้มุ่งมั่นในการทำวิจัยและค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ใช้น้ำมันอย่างจริงจัง จนในที่สุดแผนกรถยนต์ ก็ได้ถูกเปิดขึ้นในปี 1933 ภายใต้บริษัท Toyoda Automatic Loom Works, Ltd. เพื่อทำการผลิตรถยนต์ ซึ่งถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของบริษัท เพราะหลังการเสียชีวิตของ Sakichi Toyoda เมื่อปี 1930 ทำให้ขาดหัวเรือใหญ่ และการเปิดธุรกิจให
ม่นั้น ย่อมมีความเสี่ยงอย่างเต็มที่ แต่ Kiichiro Toyoda ก็ไม่ย่อท้อ จนในที่สุดเขาก็สามารถผลิตรถยนต์รุ่นแรกมาได้คือ A1 และ G1 ซึ่งถือว่าเป็นรถยนต์ต้นแบบจากผลงานการวิจัยเท่านั้น ไม่ได้ทำมาเพื่อจำหน่ายจริง จากนั้นก็ได้ถูกพัฒนาจนถึงปี 1935 จึงได้ผลิตเพื่อวางจำหน่ายจริง แต่ยอดขายของ A1 กลับไม่ได้ดีนักจากเศรษฐกิจที่ถดถอยของประเทศญี่ปุ่น แต่สำหรับ G1 นั้นตรงกันข้าม เพราะรถกระบะรุ่นนี้ สามารถทำยอดขายได้ถล่มทลาย จนสามารถสร้างกำไรให้กับบริษัทได้มากมายพอสมควร (ตอนนั้นยังใช้ชื่อยี่ห้อว่า Toyoda) จนทำให้มีเม็ดเงินเพื่อทำการพัฒนารถยนต์โดยสารรุ่นใหม่ๆได้ต่อไป
ต่อมาจนถึงเมื่อปี 1936 ทาง Toyoda ก็ได้เปลี่ยนชื่อในการจำหน่ายใหม่ให้เป็น Toyota ด้วยเหตุผลที่ว่าคำว่า Toyoda เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยพู่กันแล้วต้องขีดทั้งหมด 10 เส้น ซึ่งเลข 10 ในภาษาญี่ปุ่นอ่านว่า “จู” ซึ่งไปพ้องเสียงกับคำว่า “จูบุน” ที่แปลว่า “พอแล้ว” ซึ่งถือว่าไม่ดีในการทำธุรกิจ จึงได้มีการตัดออกไป 2 เส้นให้อ่านเป็น Toyota จะเขียนเพียง 8 เส้น ที่เป็นสัญลักษณ์ของ Infinity คือความไม่มีการสิ้นสุดนั่นเอง พร้อมการเปิดตัว Logo ใหม่ของรถยนต์มาด้วยกับการเริ่มวางจำหน่ายรถยนต์อีก 3 รุ่นคือ Toyota AA, Toyota AB รถยนต์โดยสารที่เป็นแบบ Minor Change จากรุ่น A1 นั่นเอง โดย Toyota AA นั้นวางจำหน่ายในราคา 3,350 เยน ถูกกว่ารถยนต์จากค่าย Ford และ GM ถึง 400 เยน จึงทำให้รถยนต์โดยสารของ Toyota ได้รับความนิยมมากขึ้น และอีกรุ่นคือ Toyota GA รถกระบะยอดนิยม ที่สามารถส่งออกไปขายที่นอกประเทศญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย


หลังจากทำยอดจำหน่ายได้อย่างดี Kiichiro Toyoda จึงได้ทำการก่อตั้งบริษัท Toyota Motor Co., Ltd. ขึ้นมาอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1937 และปีต่อมาได้มีการผลิตรถยนต์อย่างจริงจังด้วยการเปิดโรงงาน Koromo Plant (ต่อมาชื่อว่า Honsha Plant)
ต่อมาเมื่อปี 1999 Toyota ฉลองผลิตครบ 100 ล้านคัน และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา Toyota ก็เติบใหญ่ด้วยรถยนต์หลายหลายรุ่น ได้รับความนิยมและการยอมรับจากคนทั่วโลก จนปัจจุบันกลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกไปแล้ว
– สัญลักษณ์
เครื่องหมายแรกเป็นสัญลักษณ์ ที่ตรงตัวตามชื่อของบริษัท ซึ่งมีเพียงแค่ Model AA ที่ใช้รูปแบบนี้
![]()
เครื่องหมายที่ 2 เป็นสัญลักษณ์ ที่ใช้หลังจาก Model AA ซึ่งบางคนมักเข้าใจผิดว่า อักษรทั้งหมดคือ TEQ แต่แท้จริงคือคำภาษาญี่ปุ่ญ

เครื่องหมายปัจจุบันเป็น เป็นรูป ELLIPSE หรือวงรี 2 วง วางซ้อนกันเป็นรูปตัว T และล้อมรอบด้วยรูปวงรีขนาดใหญ่อีก 1 วง เป็นสัญลักษณ์ที่โตโยต้าเพิ่งออกแบบใหม่ขึ้น และเพิ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกเมื่อปลายปี 2532 นี่เอง รถโตโยต้าแบบแรกที่ติดสัญลักษณ์ตัวนี้คือ รถโตโยต้าเซลซิเออร์ (TOYOTA CELSIOR) ซึ่งเพิ่งออกตลาดในญี่ปุ่นเมื่อปลายปีนั้นเช่นกัน โตโยต้าอธิบายความหมายของตัวนี้ว่า รูปวงรีเป็นรูปทรงทางเรขาคณิตซึ่งมีจุดศูนย์กลางหรือจุดโฟกัส 2 จุด โตโยต้านำรูปนี้มาใช้ เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของการผนึกหัวใจ 2 ดวง เข้าด้วยกัน คือ รูปหัวใจของผู้ใช้รถ กับหัวใจของตัวสินค้า ส่วนพื้นที่ว่างซึ่งบรรจุอยู่ภายในวงรีวงใหญ่ หมายถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ซึ่งสามารถขยายตัวออกไปโดยไม่มีขอบเขต

